“วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพ”

0

เขียนโดย nop2516@gmail.com | 13 ธันวาคม 2555

      ความหลากหลายทางชีวภาพ หมายถึง สภาพธรรมชาติที่มีสิ่งมีชีวิตจำนวนมากมาย หลากหลายแตกต่างกันไป ซึ่งหลากหลายใน ๓ ประเด็น คือ (๑) ชนิด หรือสปีชีส์ (Species  Diversity)ของสิ่งมีชีวิต  (๒) พันธุกรรม (Genetic  Diversity) และ (๓) นิเวศวิทยา (Ecological  Diversity) ส่วนคำว่าวิกฤต หมายถึง ความคับขัน ความเลวร้าย หรือเข้าใกล้อันตราย  ดังนั้นเมื่อรวมความ “วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพ”จึงหมายถึง การสูญเสียความหลากหลายของชนิดหรือสปีชีส์ พันธุกรรม และนิเวศวิทยาของสรรพชีวิต นั่นคือ การสูญเสียหรือถูกทำลายของสรรพชีวิตจนอยู่ในสภาพที่เลวร้าย

        วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพมีสาเหตุมาจากอะไร? สามารถมองได้ในหลายมิติ เช่น มิติด้านประชากร มิติด้านเทคโนโลยี มิติด้านกฎของธรรมชาติ  มิติด้านการพัฒนา เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เป็นต้น  แต่ไม่ว่าจะมองในมิติใดก็ตามล้วนมีความเชื่อมโยงกับ “มนุษย์” เสมอ  เพราะกลไกสำคัญคือมนุษย์ เพราะสังคมโลกในปัจจุบัน อาจกล่าวได้ว่ามนุษย์เป็นผู้กุมชะตาของสรรพชีวิตทั้งมวล ปัญหาและสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพจึงมีมนุษย์เป็นตัวจุดฉนวนในทุกมิติ  ตัวอย่างเช่น

        มิติด้านประชากร เมื่อประชากรมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นความต้องการในการบริโภคสรรพชีวิตก็มีเพิ่มมากขึ้น ต้องการที่อยู่อาศัยมากขึ้นเกิดการรบกวนแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและระบบนิเวศทำให้สิ่งมีชีวิตบางชนิดมีจำนวนลดน้อยลง ขยายพันธุ์ไม่ทันหรือสูญพันธุ์ในที่สุด

        มิติด้านเทคโนโลยี วิทยาการสมัยใหม่ทำให้มนุษย์สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ซึ่งจำมีกระบวนการหลายขั้นที่ส่งผลกระทบต่อสรรพชีวิต  เช่น มลพิษทางน้ำ อากาศ ดิน เสียง เป็นต้น ทำให้สิ่งมีชีวิตบางชนิดไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ และรวมถึงการตัดต่อพันธุกรรมพืชและสัตว์

        มิติด้านกฎของธรรมชาติ ตามกฎของธรรมชาติเมื่อธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไปจะมีสิ่งมีชีวิตบางชนิดต้องสูญพันธุ์ไป เพราะธรรมชาติจะเป็นผู้คัดสรรสิ่งมีชีวิตที่เหมาะสมให้อยู่ต่อไป แต่ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไปเพราะการกระทำของมนุษย์

        มิติด้านการพัฒนา เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง การพัฒนาทำให้เกิดการขยายตัวของชุมชน การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทำเกิดการใช้ทรัพยากรมากขึ้น และการเมืองก็ส่งผลต่อการสัมปทานหรือแนวนโยบายการพัฒนาในด้านต่างๆ  ซึ่งส่งผลกระทบต่อสรรพชีวิตโดยรวม

        ฯลฯ

        สุภาษิต คำพังเพยโบราณกล่าวไว้ว่า “เสือมีเพราะป่าปก  ป่ารกเพราะเสือยัง ดินดีเพราะหญ้าบัง หญ้ายังเพราะดินดี” ซึ่งหมายความว่าสรรพสิ่งในโลกล้วนพึ่งพากันและกัน  เพื่อให้สามารถดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้ แต่ถ้ามองในเชิงวิทยาศาสตร์ในระบบนิเวศ ห่วงโซ่อาหาร หรือการถ่ายทอดพลังงาน ก็จะเห็นได้ว่าสิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนมาก หลากหลายชนิด หลากหลายพันธุกรรม และหลากหลายนิเวศวิทยาจะมีความยั่งยืน แต่เมื่อใดก็ตามที่สิ่งมีชีวิตบางชนิด  บางพันธุกรรม และบางนิเวศวิทยา เกิดการเสียสมดุล ลดลงเรื่อยๆ ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ห่วงโซ่อาหาร และการถ่ายทอดพลังงานที่มีวงจรแคบและสั้นลงเรื่อยๆ อันจะทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพหมดสิ้นไปในที่สุด

        วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมาก (hot  issue) ในเขตภูมิศาสตร์เขตร้อน (tropical  area) เพราะเขตภูมิศาสตร์เขตร้อนเป็นเขตที่อุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก และได้รับผลกระทบจากกระบวนการเปลี่ยนของธรรมชาติน้อยมาก เมื่อเทียบกับเขตภูมิศาสตร์อื่นๆ แต่เมื่อใดที่ถูกทำลายและสูญเสียสมดุล ความหลากหลายทางชีวภาพถูกทำลายแล้วก็จะฟื้นฟูให้กลับสภาพของความอุดมสมบูรณ์เหมือนเดิมได้ยากเช่นกัน และสภาวการณ์ในปัจจุบันเขตภูมิศาสตร์เขตร้อนเกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ  เพราะการบุกเบิก  ทำลาย  แผ้วถางเป็นที่ทำกิน ทำไร่เลื่อนลอย  เลี้ยงปศุสัตว์ ปลูกไม้เชื้อเพลิง รวมทั้งการเปลี่ยนสภาพเป็นไร่ไม้ยืนต้น ฯลฯ  กระบวนการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ที่ขาดความรู้ ความเข้าใจทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพเขตภูมิศาสตร์เขตร้อนสูญเสียไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพดินฟ้าอากาศประจำถิ่นหรือภูมิภาคที่อยู่บริเวณป่าที่ถูกทำลาย                      จะเปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณฝนและฤดูกาล การผลิตทางด้านชีวภาพจะเปลี่ยนแปลงไป เร่งอัตราการพังทลายของดิน ทำลายสภาพสมดุลของแห่งต้นน้ำลำธาร และการเพิ่มปริมาณแก๊สเรือนกระจก (greenhouse gasses) ซึงจะมีผลกระทบไปถึงสภาพดินฟ้าอากาศของโลกต่อไปในอนาคตด้วย เช่น ปรากฎการณ์ของเอ็ลนิญโย และลาลินญ่า เป็นต้น

        การแก้ไขปัญหานี้ วิธีการอาจจะไม่ยาก แต่กระบวนการในการแก้ปัญหาอาจจะต้องใช้เวลาเพราะถ้าเราพิจารณาจะเห็นได้ว่า สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพเขตภูมิภาคเขตร้อนนั้นมาจากวิถีการดำรงชีวิตของมนุษย์ เพื่อความอยู่รอดในวันนี้โดยไม่ได้เล็งเห็นถึงหายนะในวันข้างหน้า ซึ่งต้องมาพิจารณาว่าเพราะเขาไม่รู้ หรือขาดจิตสำนึก ดังนั้นการใช้การวิจัยเพื่อศึกษาข้อมูลสภาพความเป็นจริงก่อนในเบื้องต้นจึงเป็นวิธีการที่เหมาะสมมากที่สุด เพื่อจะแก้ไขปัญหาได้ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพที่แท้จริง และเมื่อรู้ที่มาปัญหาและสาเหตุที่แน่ชัดแล้วจึงดำเนินการลงมือแก้ไขปัญหาโดยการใช้กระบวนการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research : PAR) โดยผู้วิจัยเป็นผู้ประสานให้เกิดกระบวนการศึกษาหาความรู้ สร้างองค์ความรู้ที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหาด้วยชุมชนเอง  เพื่อเสริมสร้างความเข็มแข็งให้กับวิถีชุมชน ซึ่งจะเกิดความยั่งยืนในอนาคต  การวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมนี้ต้องมุ่งเน้นให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อม ความคิดรวบยอด  การวิเคราะห์ ความตระหนักและการตัดสินใจ ตลอดจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและจัดระเบียบสังคมของประชาชน

        กระบวนการวิจับปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมจะช่วยให้ประชาชนผู้สร้างและรับผลกระทบจากวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพได้รู้ เข้าใจ และสามารถวางแผนการปฏิบัติต่อสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต เพราะบุคคลย่อมรักหวงแหนในชีวิตทุกคน และธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตเมื่อถึงช่วงคับขันจะหันหน้ามาร่วมมือกันแสวงหาและสร้างหนทางเพื่อความอยู่รอด

            ทุกๆ สังคมล้วนมีผู้คนที่ผิดแผกแตกต่างกันไป ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยที่บีบคั้นของแต่ละคนให้ต้องมีวิถีชีวิตและพฤติกรรมที่แตกต่างกันไป  แต่จุดที่จะทำให้ทุกคนสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวได้คือความศรัทธา ถ้าแม้นเราสามารถนำกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษามาปลูกฝังไว้ในจิตใจผู้คนจนเกิดเป็นความศรัทธาได้แล้ว โลกนี้ก็ไม่ต้องมาเป็นกังวลกับปัญหาสิ่งแวดล้อมหรือไม่ต้องมาเผชิญกับวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพอีกต่อไป และนอกจากศรัทธาแล้วยังจำเป็นต้องเสริมสร้างจิตสำนึกให้เกิดมีในสามัญสำนึกของคนทุกคนด้วย

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
4.7

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:  

 
  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 2.1.6
ระบบสนับสนุนข่าว