ใครคือครู ครูคือใคร?

0

เขียนโดย 1679040915 | 16 มกราคม 2558

ชื่อเรื่อง  ใครคือครู ครูคือใคร?
บทความโดย IfElse

          สวัสดีคุณครูทุกท่าน วันนี้ผู้เขียนขอเริ่มต้นด้วยบทกลอนของท่าน เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เพื่อตอกย้ำ บทบาทและหน้าที่ของคำว่า “ครู” และขอเป็นตัวแทนของลูกศิษย์เพื่อมอบบทกลอนนี้มาเพื่อ บูชาครูที่รักและเคารพทุกท่านครับ


ใครคือครู ครูคือใคร?
         
         ถ้าจะกล่าวถึงพระคุณของครูก็คงจะหาถ้อยคำใดมาอธิบายไม่ได้ ในหนังสือหลายเล่มได้ให้คำนิยามของคำว่า ครู แตกต่างกันออกไป เช่น ท่านพุทธทาสภิกขุ ได้ให้ความหมายของคำว่าครูไว้ว่า ผู้เปิดประตูทางวิญญาณ เป็นผู้นำทางวิญญาณ หรือ ตามพจนานุกรรมราชบัณฑิตยสถาน 2542 แปลว่า ผู้สั่งสอนศิษย์ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ยังมีคนที่เปรียบคุณครูเป็นเสมือน เรือจ้าง ที่คอยส่งลูกศิษย์ทั้งหลายไปให้ถึงฝั่งฝันของตนเอง แต่ความหมายของคำว่า “ครู” มีแค่นี้เหรอ?

          เราทุกคนเกิดมา ล้วนแล้วแต่มีครู ซึ่งครูคู่แรกของเราก็คือ คุณพ่อ คุณแม่ ซึ่งท่านได้เฝ้าคอยทะนุถนอมเลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เรายังไม่เกิด และหลังจากที่เราโตขึ้นอายุครบตามเกณฑ์ในการเข้าโรงเรียนได้ เราก็จะได้พบกับ ครู คนที่สองของเราที่นอกเหนือจากคุณพ่อ คุณแม่ ซึ่งพวกท่านเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่สองของเรา ท่านคอยให้ความรัก ให้ความรู้ ดูแลเอาใจใส่เสมือนเราเป็นลูกแท้ ๆ ของท่าน แต่จะมีครูสักกี่คนที่ชื่อของท่าน คำสอนของท่าน พฤติกรรมของท่าน ยังคง “ชัด” เจนอยู่ในหัวใจอยู่ความทรงจำของเรา  โดยที่เรายังคงนึกถึงท่านเสมอ ๆ เมื่อเราได้พบ ได้เจอ คำพูด สถานการณ์ พฤติกรรม คล้าย ๆ กับที่ครูของเราเคยปฏิบัติกับเราในอดีต ครูที่เรายังจำได้ไม่เคยลืม ท่านเป็นครูแบบไหน ท่านพูดแบบไหน ท่านสอนเราแบบไหน ท่านมีพฤติกรรมอย่างไร ท่านมีแววตาและรอยยิ้มแบบไหน และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้เขียนต้องกลับมานั่งคิดทบทวนว่า เราได้เป็นครูแล้ว เราได้ทำอะไรให้ลูกศิษย์ นอกเหนือจากการสอนวิชาการที่ทางโรงเรียนอยากจะให้รู้บ้างหรือเปล่า?
          จริง ๆ แล้ววันนี้ไม่ได้อยากเขียนบทความเท่าไรนัก แต่บังเอิญได้ดูคลิปวิดีโอ อาจารย์ใหญ่ ครูผู้ให้ The Everlasting Teacher ซึ่งสร้างโดย 7-Eleven Thailand(ดูคลิปวิดีโอ) ผู้เขียนดูแล้วน้ำตาแทบไหล อารมณ์มันเลยพุ่งติดจรวดและไหลลื่นแถบไม่ต้องคิด ก็เลยคลอดบทความนี้ขึ้นมา

      โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียน ก็เป็น ครู เช่นกัน ผู้เขียนได้เริ่มอาชีพครู ณ โรงเรียนแห่งหนึ่ง... ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2556 นับรวม ๆ วันเวลา ณ ตอนนี้ก็ร่วม ๆ ประมาณ 1 ปี กับอีก 7 เดือน ผู้เขียนได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างที่ตำราไม่เคยสอนให้ผู้เขียนเข้าใจได้ ยกตัวอย่างเช่น ความหมายของคำว่าจิตวิญญาณของความเป็นครูมันคืออะไร มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และมันมาจากไหน ซึ่งผู้เขียนได้ให้คำตอบในนิยามของตนเองไว้แล้ว ซึ่งอ่านได้ที่นี้ เพื่อให้กรอบในการเขียนชัดเจนขึ้น สิ่งผู้เขียนจะถ่ายทอดในวันนี้ ประกอบไปด้วยเรื่องราวคร่าว ๆ ซึ่งทั้งหมดไม่ใช่ความคิดของผู้เขียนคนเดียว แต่มันมาจากการอ่าหนังสือหลายเล่ม และการนำสิ่งที่อ่านไปลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง และบางอย่างก็ค้นพบด้วยตนเอง โดยเรื่องที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีดังนี้ สอนโดยไม่ให้รู้ว่าถูกสอน เรียนรู้เด็กผ่านเรียงความ
การกระทำเสียงดังกล่าวคำพูด จิตใจสำคัญกว่าสติปัญญา มาลุยกันเลย...ดีกว่า
          1. สอนโดยไม่ให้รู้ว่าถูกสอน สถานการณ์สร้างสติปัญญา สร้างการเรียนรู้ สร้างทัศนคติ ส่งเสริมจินตนาการณ์ นี่คือข้อค้นพบที่อาจจะมีใครคนพบแล้ว สำหรับคำนี้ แต่ผู้เขียนกล้าพูดได้เลยว่า ทำได้ง่าย ๆ ผู้เขียนใช้คำว่า ทำนั่นหมายถึงการลงมือปฏิบัติ ซึ่งคนละความหมายกับ คำว่า เข้าใจได้ แน่นอน มีคำพูดที่บอกว่า “ถ้าทำ ง่ายอย่างพูดก็คงดี” ใช่ครับ การจะลงมือกระทำสิ่งใดนั้น ต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจจริง ๆ ถึงจะสามารถทำได้สำเร็จ ยิ่งในยุคเทคโนโลยี  สิ่งล่อใจก็ยิ่งมากขึ้นอย่างไม่มีทีท่าจะลดลง นั่นทำให้เวลาในการทำเรื่องอื่น ๆ ของเราถูกขโมยไป เรื่องการสอนโดยไม่รู้ว่าถูกสอน ผู้เขียนได้แนวคิดนี้มาจาก คลิปวิดีโอ ครูสมพร สอนลิง(ดูเพิ่มเติม) วิธีการสอนแบบนี้เด็กจะได้ซึมซับความคิด ความรู้และทัศนคติที่ดีให้กับเด็ก ๆ  โดยที่เด็กไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังถูกสอน หรือได้เรียนรู้ ประกอบไปด้วย
             1.1 นิทาน คือ นวัตกรรมที่ดีที่สุด ที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ผ่านตัวละครในนิทาน ผ่านคำอธิบายสั้น ๆ ผ่านการตั้งคำถามสอดแทรก และที่สำคัญ คือ เป็นการต่อยอดและการส่งเสริมการคิดและจินตนาการของเด็ก ๆ เป็นอย่างดี ประมาณว่า นิทานจบ อารมณ์ไม่จบ นี่คือความจริงที่สุด ฮ่า ๆ
             1.2 สถานการณ์จำลอง คือ อีกหนึ่งนวัตกรรม ที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้เป็นอย่างดี แต่จะยิ่งดีกว่านั้นมาก ๆ ถ้าคุณครู ได้เป็นหนึ่งในตัวละครในสถานการณ์จำลองนี้ ซึ่งอาจจะเป็นบทบาทหลัก บทบาทรอง แล้วแต่ครูจะเป็นผู้กำหนดหรือให้เด็กช่วยกำหนดให้ก็ได้(เชื่อเถอะ...พวกเด็ก ๆ ให้เกียรติครูเสมอ อย่างมาก เราก็แค่อาจจะได้เล่นบท พ่อ ซึ่งเราก็เป็นพ่อคนที่สองของพวกเขาอยู่แล้ว) เราสามารถกำหนดสถานการณ์บทบาทง่าย  ได้ทุกที่ ทุกเวลา เช่น เมื่อวานผู้เขียนได้กลับจากเข้าค่าย แล้วส้มมันเหลือ และมาถึงโรงเรียนเด็ก ๆ มาขอส้มไปกิน ผู้เขียนก็เกิดปิ้งไอเดีย เลยจำลองตัวเองเป็นคนขายบ้าง เป็นผู้ซื้อบ้าง แล้วก็ตั้งคำถามไป หลาย ๆ แบบ หลาย ๆ บทบาทเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ว่า ถ้าคนซื้อต่อราคาแบบนี้จะยอมไหม ถ้าคนซื้อผู้ไม่เหมาะสมจะทำอย่างไร และการเลือกส้มที่ดีควรทำอย่างไร แล้วถ้าจะมีโปรโมรชันจะกำหนดอย่างไร จะสอนคณิตศาสตร์สอดแทรกด้วยก็ยังได้ เป็นต้น
             1.3 หนังหรือภาพยนตร์ คือ หนึ่งในสุดยอดการสอนที่เด็ก ๆ ไม่รู้ว่าตนเองกำลังได้เรียนรู้อะไรผ่านเรื่องราวที่นักแสดงได้พูด ได้แสดงให้พวกเขาดู แต่ถ้ามีฉากที่ไม่เหมาะสม ครูต้องเข้าไปช่วยตั้งคำถามเพื่อให้เด็กได้อธิปราย แต่ถ้าเด็ก ๆ ไม่กล้าพูด ก็ให้เขียนสะท้อนเป็นเรื่องราวง่าย ๆ ในกระดาษแล้วนำส่งครู
          2. เรียนรู้เด็กผ่านเรียงความ ผู้ เขียนได้ให้เด็กเขียนเรียงความ ซึ่งนั่นหมายถึง ครูมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้เด็กเป็นรายบุคคลว่า พวกเขาชอบ ไม่ชอบอะไร และพวกเขาใช้เวลาว่างทำอะไร มีความฝัน มีความคิดแบบไหน ซึ่งผู้เขียนได้พบหลายอย่าง ๆ ซึ่งน่ามหัศจรรย์เป็นอย่างมาก เช่น อาชีพที่อยากจะเป็น คำพูดที่ทำร้ายจิตใจจากคนเป็นพ่อแม่ที่ดูถูกลูกของตนเอง ครูในฝัน ผู้ใหญ่จะเข้าใจเด็กมากขึ้นด้วยวิธีใด ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือ สิ่งที่ครูจะสามารถนำไปประยุกต์สอดแทรกในเนื้อหาวิชา ในกิจกรรม และพวกเด็ก ๆ จะเข้าหาครูมากขึ้นเพื่อมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครู(ถ้าครูเลิกทำตัวเป็นพหูสูต หรือเป็นผู้รู้ ครูจะได้เรียนรู้อะไรจากเด็กอีกเยอะ)
          3. การกระทำเสียงดังกว่าคำพูด คำกล่าวนี้ ปรากฏในหนังสือหลายเล่ม ในสื่อหลายสื่อ ในหลาย ๆ คำพูด มีคำกล่าวจากเด็กที่ว่า “ครูครับ ครูจะให้ผมเป็นอย่างที่ครูบอกครูสอน หรือ ครูจะให้ผมเป็นอย่างที่ครูทำให้ผมดู” เด็ก ๆ ซึมซับสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ง่าย เพราะส่วนใหญ่แล้วพวกเขายังไม่สามารถที่จะเลือกรับ หรือไม่รับ คำพูด หรือภาษาต่าง ๆ ที่พวกเขาได้พบเจอ บางทีเขาคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ ธรรมดา เพราะ พ่อ แม่ พี่ น้อง พูดกันเป็นประจำ แต่เมื่อมาอยู่ในสังคมอื่นแล้วเขาจะปรับตัวไม่ได้หรือปรับตัวได้ค่อนข้างยาก นี้ก็นับเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่คุณครู และพ่อแม่ผู้ปกครองต้องช่วยกันอย่างจริงจัง อย่าลืมนะครับว่า...เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ที่จะสร้างสังคม สร้างโลกแทนพวกเราในอนาคตอันใกล้นี้
          4. จิตใจสำคัญกว่าสติปัญญา ไอ้เด็กโง่ ไอ้เด็กเหลือขอ ไอ้ดำ ไอ้ห้อย ไอ้เหยิน  คำเหล่านี้ คือ คำที่น่ารังเกียจที่สุดที่คนเป็นครูไม่ควรจะหลุดปากออกมา ทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ ถ้าครูควบคุมอารมณ์ตัวเองยังไม่ได้ แล้วจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กได้อย่างไร เด็กทุกคนเกิดมามีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน ไม่มีทางจะเหมือนกันได้แม้กระทั่งฝาแฝดก็ตาม เด็กจะไม่เรียนรู้อะไรจากครูคนนั้นเลย ถ้าชอบพูดคำหยาบ ดูถูกร่างกาย ดูถูกสติปัญญา ดูถูกปมด้อย หรือตั้งฉายาเพี้ยน ๆ ให้พวกเขา บางทีครูอาจเห็นเป็นเรื่องตลกหรือสร้างรอยยิ้มให้นักเรียนในห้องได้ แต่นั่นคือ ตลกร้ายที่ทำร้ายจิตใจดวงน้อย ๆ ของเด็กคนนั้นโดยที่ครูไม่รู้ตัว มันจะดังก้องในหูของเด็กตลอดชีวิตของเขา ว่าเขามันโง่ ไม่ฉลาด ไม่มีทางพัฒนาได้ การให้เกียรติเด็กไม่ใช่เรื่องเสียหาย เมื่อเด็กรับรู้ว่าครูรักเขาให้เกียรติเขา พวกเขาก็จะรักและพร้อมที่จะเรียนรู้ตลอดไป
          สุดท้ายนี้...บทความที่เขียนทั้งหมด มันอาจไม่มีความหมายอะไรกับคุณครูเลย ถ้าคุณครูไม่ลองนำไปทดลอง นำไปปฏิบัติ นำไปใช้ในเมื่อเราเลือกที่จะเป็นครูแล้ว ครูอยากจะให้ลูกศิษย์จำภาพของครูในแบบไหน แบบที่ดี แบบที่ไม่มี หรือเพียงแค่ทำหน้าที่สอนไปวัน ๆ เท่านั้น พอลูกศิษย์จบจากเราไป เขาจะจำ เขาจะลืมก็เรื่องของเขา ถึงผู้เขียนจะเป็นครูเพียงเวลาแค่ไม่นาน แต่ผูเขียนก็ทราบถึงงานของครูและเข้าใจความหมายของคำว่า ครู ไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้น ผู้เขียนจึงอยากให้คุณครูทุกท่าน สู้ต่อไปเพื่อลูกศิษย์ของเราทุก ๆ คน ขอให้คุณครูทุกท่านมีความสุข สุขภาพแข็งแรงตลอดปี ตลอดไปครับ ก่อนจะจบผมของทิ้งคำพูดของ มหาตมะ คานธี ที่ว่า


ใครคือครู ครูคือใคร?

บทความโดย :IfElse การแบ่งบันทำให้โลกน่าอยู่ สุขสันต์...วันครู

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0.0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:  

 
  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 2.1.6
ระบบสนับสนุนข่าว