รายงานการใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาด้วยรูปบาร์โมเดล (Bar Model) เรื่อง การบวก ลบ คูณ หาร และการบวกลบคูณหารระคน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3

0

เขียนโดย krukongthraphy | 23 สิงหาคม 2562

การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาด้วยรูปแบบบาร์โมเดล (Bar Modle) เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพ 2) เพื่อพัฒนาแบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาด้วยรูปแบบบาร์โมเดล (Bar Modle) เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิผล และ 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการใช้แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาด้วยรูปแบบบาร์โมเดล (Bar Modle) เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหาร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเทศบาลท่าอิฐ สำนักการศึกษา เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ปีการศึกษา 2560 โดยวิธีการเลือกแบบสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ระยะเวลาที่ใช้ 16 ชั่วโมง มีแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 16 แผน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาด้วยรูปแบบบาร์โมเดล (Bar Modle) คู่มือการใช้ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจ โดยผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้านความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) จากท่านผู้เชี่ยวชาญเรียบร้อยแล้ว และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติที่ใช้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย () ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) ค่าประสิทธิผล (E.I.) ค่าความยาก (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) ค่าความเชื่อมั่น (KR-20) ค่าความเที่ยง (Reliability) และการหาค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาด้วยรูปแบบบาร์โมเดล (Bar Modle) เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหาร มีประสิทธิภาพ (E1/E2) สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 80/80 2) แบบฝึกทักษะการแก้โจทย์ปัญหาด้วยรูปแบบบาร์โมเดล (Bar Modle) เรื่อง การบวก ลบ คูณ และหาร มีประสิทธิผล (E.I.) สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 0.50 หรือคิดเป็นร้อยละ 50.00 และ 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

 

ป้ายคำ:

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0.0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:  

 
  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 2.1.6
ระบบสนับสนุนข่าว