กลับหน้ากระทู้

การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ

ตั้งกระทู้โดย : prayoonsri2519  [ 26/04/2561 11:13 ] Dislike 0  

ชื่อเรื่อง              การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อ                                     สร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการ                                    เรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ผู้ศึกษา               นางประยูรศรี  บุตรแสนคม

ปีที่ทำการศึกษา     2559

 

บทคัดย่อ

 

           การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบทักษะการคิดวิเคราะห์ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 4) ศึกษาความก้าวหน้าทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 5) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/6 โรงเรียนเมืองใหม่(ชลอราษฎร์รังสฤษฏ์) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1 ที่กำลังศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 47 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้แบ่งเป็น 5 ชนิด ได้แก่ 1) แบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 9 ชุด 2) แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบแบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 9 แผน 3) แบบทดสอบวัดทักษะการคิดวิเคราะห์เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าความยากตั้งแต่ 0.38-0.78 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.23-0.64 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.91 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าความยากตั้งแต่ 0.33-0.75 ค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.20-0.80 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.93 5) แบบสอบถามวัดความพึงพอใจที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.28-0.78 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.88 ใช้รูปแบบการทดลองแบบ One Group Pretest-Posttest Design วิเคราะห์ข้อมูลในการหาประสิทธิภาพของแบบฝึกโดยใช้สูตร E1/E2  ของ ชัยยงค์ พรหมวงศ์ เปรียบเทียบทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้สถิติ t-test ชนิด Dependent Samples หาค่าความก้าวหน้าทางการเรียน (Normalized gain) ตามวิธีการประเมินผลการเรียนรู้แนวทางของ Hake และศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยวิธีการหาค่าเฉลี่ย ( ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) โดยใช้สูตรตามสถิติพื้นฐาน

           ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้

               1.  แบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพ 82.98/82.08 เป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้

               2.  ทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนที่เรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

               3.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

               4.  ความก้าวหน้าทางการเรียนของนักเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่านักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนแบบรายชั้นเรียน เท่ากับ 0.71 อยู่ในระดับสูง

                    5.  นักเรียนมีความพึงพอใจโดยรวมต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค เรื่อง รักชีวิตใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในระดับมากที่สุด


จำนวนผู้เข้าชม 1 คน | จำนวนความเห็นทั้งหมด 2 ความเห็น




ความคิดเห็น

jjj789

พรทิพย์ มีพยุง
0:54 น.
6 พ.ค. 61

ความคิดเห็นที่ #1

บทคัดย่อ

รายงานการใช้แบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประดู่มะค่าประชาสรรค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 20 คน โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ซึ่งหลักเกณฑ์การเลือก กลุ่มตัวอย่างครั้งนี้เนื่องมาจากซึ่งผู้ศึกษาเป็นครูประจำชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 7 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และทดสอบสมมติฐานด้วยค่า t (t-test)แบบ Dependent โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์

ผลการศึกษา
1. การประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.43/90.13 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่าหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยทางสถิติที่ระดับ .01 3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของค

แจ้งลบ ตอบกลับ 0
jjj789

พรทิพย์ มีพยุง
0:54 น.
6 พ.ค. 61

ความคิดเห็นที่ #2

บทคัดย่อ

รายงานการใช้แบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนประดู่มะค่าประชาสรรค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 20 คน โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ซึ่งหลักเกณฑ์การเลือก กลุ่มตัวอย่างครั้งนี้เนื่องมาจากซึ่งผู้ศึกษาเป็นครูประจำชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 7 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 40 ข้อ และแบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และทดสอบสมมติฐานด้วยค่า t (t-test)แบบ Dependent โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์

ผลการศึกษา
1. การประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 90.43/90.13 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของคำและหน้าที่ของคำ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่าหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยทางสถิติที่ระดับ .01 3. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะภาษาไทย เรื่อง ชนิดของค

แจ้งลบ ตอบกลับ 0

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:  

 
  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 2.1.6
ระบบสนับสนุนข่าว