กลับหน้ากระทู้

การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

ตั้งกระทู้โดย : Aorasa  [ 08/04/2562 08:09 ] Dislike 0  

ผู้รายงาน        นางวารุณี  วงศ์รัตน์

โรงเรียน          โรงเรียนเทศบาล 3 ยุวบูรณ์บำรุง  สำนักการศึกษา เทศบาลเมืองหนองคาย

ปีที่รายงาน      2561

บทคัดย่อ

            การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75  2) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ 

เรื่องอัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับ

แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่  1 

4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา

ปีที่ 1/1 จำนวน 23 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561  โรงเรียนเทศบาล 3 ยุวบูรณ์บำรุง  สำนักการศึกษา เทศบาลเมืองหนองคาย ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) จำนวน 10 แผน แบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์    เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 8 เล่ม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1   เป็นแบบชนิดเลือกตอบ  4 ตัวเลือก เพื่อใช้วัดความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียน จำนวน 30 ข้อ มีค่าความยาก (P)  0.20 ถึง 0.80 และค่าอำนาจจำแนก  (B) ตั้งแต่ 0.69 ถึง 0.79  และค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (B) ตั้งแต่  0.21 ถึง 0.68 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.91 และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้แบบฝึกทักษะแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ จำนวน  20 ข้อ มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อ (rxy) ตั้งแต่ 0.28 ถึง 0.90 ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.93 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสมมุติฐานใช้  t–test (Dependent Samples) ผลการศึกษาปรากฏ ดังนี้

 

               1.  การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์  เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 80.30/80.10

               2.  ดัชนีประสิทธิผลของการพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่องอัตราส่วนสัดส่วนและร้อยละ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

มีค่าเท่ากับ 0.6346 หรือคิดเป็นร้อยละ 63.46 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียน

ร้อยละ 63.46       

               3. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้จัดการเรียนรู้

แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ 

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

                   4.  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้

แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ร่วมกับแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละ

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.56

           โดยสรุป การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es)  ร่วมกับแบบฝึกทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง อัตราส่วน สัดส่วนและร้อยละสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล นักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนรู้ สามารถนำไปใช้ในการจัด

การเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้บรรลุผลตามจุดมุ่งหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ  


จำนวนผู้เข้าชม 6 คน | จำนวนความเห็นทั้งหมด 0 ความเห็น




ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:  

 
  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 2.1.6
ระบบสนับสนุนข่าว